BananaClick.com  
http://bananaclick.velocall.com/  
Search for by  

บุญหลง
Item Code : cat

พวกคุณเชื่อเรื่อง “วาสนา” ไหม ? จะเรียกว่าเหตุบังเอิญหรือพรหมลิขิตอะไรก็ได้ที่ชักพาให้คนแปลกหน้าที่ไม่รู้จักมาเจอกันแล้วเกิดถูกใจกัน แต่มีเหตุให้ต้องพลัดพราก หากเป็นตัวละครในหนังทีวีก็ต้องบอกว่า “ถ้ามีวาสนาก็คงได้พบกันอีก”

พุธที่ 29 สิงหาคม 2550 วันนี้ภารกิจหลักๆ ก็คือเตรียมการสอน “คิดได้ ขายเป็น ภาค 6” ในตอนบ่าย ผมจึงตื่นเช้าเป็นพิเศษ แต่พอจะเปิดประตูมารับหนังสือพิมพ์ที่ผมเป็นสมาชิก ซึ่งสายส่งผ่านลอดประตูมา ก็พบว่ามี “แมว” ตัวหนึ่งนอนทับไว้ ผมจึงต้องยกมันออกไปก่อน...

เจ้าแมวขาวปราดเปรียวตัวนี้จำได้ว่า “เฮียอู๋” ช่างทำรองเท้าข้างบ้านผมเป็นคนแรกที่พบเจอมันเมื่อวานนี้ ในกล่องเครื่องมือ ซึ่งเล่นเอาแกตกใจไม่น้อย พร้อมถามถึงเจ้าของ (หมายถึงถามผมนะครับ ไม่ใช่ถามแมว) ซึ่งผมก็ปฏิเสธไปว่าไม่เคยเห็นมาก่อน สันนิษฐานเบื้องต้นว่ามันต้องเป็นแมวที่มีเจ้าของ เพราะดูจากการอ้อนเคล้าแข้งประจบเฮียอู๋อยู่ไม่ห่าง แม้จะโยนออกจากตัวมันก็ยังเดินเข้าไปหา แล้วจู่ๆ เฮียอู๋ก็ออกปากยกให้ผม เพราะตัวเองคงไม่มีที่เลี้ยง ส่วนผมนั้น ในช่วงนี้คงไม่พร้อมเท่าไรทั้งในเรื่องของเวลาดูแล และสถานที่ แต่คิดว่าจะเอาไปให้แม่เลี้ยงที่บางไทรกับโขลงแมว 12 ตัวที่มีอยู่เดิม... ต่อโทรศัพท์ พร้อมการตกปากรับคำของแม่เสร็จสรรพ ปรากฏว่าเฮียอู๋ดันเรียกเจ้าแมวไปอยู่กับอู่ซ่อมรถข้างบ้านเสียแล้ว และบอกว่าพอดีที่อู่หนูเยอะด้วย แมวน่าจะใช้ประโยชน์ได้... ผมลองเดินไปดูความเป็นอยู่ด้วยความเป็นห่วง เห็นช่างซ่อมเครื่องซึ่งมือเปรอะน้ำมันลูบหัวลูบตัวแล้ว ก็ยังนึกสงสารว่ามันจะกลายเป็นผ้าขี้ริ้วเคลื่อนที่ไปหรือเปล่า ? แต่คิดในแง่ดี มีน้ำมันเครื่องชโลมแบบนี้ เห็บคงไม่ขึ้น...

แล้วผมก็คิดว่าจะจบเรื่องกับแมวตัวนี้ไปแล้ว..... แต่เรื่องมันยังไม่สิ้นสุดเท่านั้น เลยขอเรียกเจ้าแมวตัวนี้ว่า “บุญหลง” ไปก่อนแล้วกัน....

“บุญหลง” กลับลอดประตูเหล็กม้วนเข้ามานอนทับหนังสือพิมพ์ของผม มันคงเบื่อภารกิจเป็นแมวอู่ที่คลุกเคล้ากับไอเสียและน้ำมันเครื่อง จึงคิดเปลี่ยนนายใหม่ แล้วเหมือน “เฮียอู๋” จะรู้แกว เลยไม่มาเปิดร้านซ่อมรองเท้าวันนี้ซะด้วย....

“แมวมาหาหมามาสู่จะนำโชคลาภมาให้” ใจหนึ่งกระหวัดคิดถึงคำแม่สอน ไม่รู้ว่าจะจริง หรืออยากให้ลูกๆ มีใจเมตตากรุณาต่อสัตว์ ผมจึงตัดสินใจอุ้มมันไปหวังเลี้ยงให้อยู่หลังบ้าน ซึ่งยังเป็นที่ลานโล่ง และมีต้นไม้ขึ้นครื้ม จัดการเทปลากระป๋องให้ไปสองชิ้น มันเลียน้ำมะเขือเทศซะเรียบ ส่วนปลากินชิ้นเล็กไปชิ้นเดียว ผมปิดประตูเหล็กหลังบ้านและบอกมันให้หาที่หลับที่นอนตามใจ แล้วก็กลับมาเตรียมงานต่อ เพราะช่วงเช้านี้จะมีแขกพิเศษมาเยี่ยม 2 ท่านด้วย

คุณวีรยุทธ และคุณสว่างพงศ์ เคยเป็นขาประจำฟังผมบรรยายทั้งคู่ แวะมาศูนย์อีคอมเมิร์ช เพราะตั้งใจมาคุยกับอ.พันธ์ทิตต์ เรื่องของ โอเพ่นซอร์ส ส่วนผมกำลังง่วนกับการวางแผนตลาดหนังสือพอคเก๊ตบุ๊คที่จะออกขายในวันที่ 15 กันยายน สักพักก็ได้ยินเสียง “เหมียวๆๆ” มาจากประตูกระจกด้านหน้า...

เป็น “บุญหลง” นั่นเอง มันมาโผล่ด้านหน้าได้อย่างไร ?! ผมห่างจากมันไปไม่ถึงชั่วโมงเอง ทำไมมันย้อนกลับมาอีกได้ ในขณะที่สภาพตึกแถวปลูกเรียงกันเป็นตับ มันต้องเดินทะลุผ่านเข้าบ้านใครแถวนี้แล้วมาโผล่ข้างหน้า...

อ.พันธ์ทิตต์ คลี่คลายปริศนานี้ว่า “อ๋อ ไอ้แมวตัวนี้ ผมไปกินข้าวราดแกงข้างบ้าน ผมเห็นเขาไล่จับมันใส่ถุงปุ๋ย น่าสงสารมากเลย ไม่รู้ว่าจะไปติดตัวเมียบ้านเขาหรือเปล่า เขาคงเอามาปล่อย...คุณรู้จักมันเหรอ !?!”

โถ เจ้าบุญหลง....ยังอุตส่าห์กลับมาถูกอีก.....รอด้านนอกแล้วกันถ้างั้น ผมพูดกับมัน แต่ดูเหมือนมันจะไม่พอใจ..มันยืดตัวเล็กน้อย ก่อนใช้แขนเอ๊ยขาหน้าตะกุยเคาะประตูกระจก...

ผมใจแข็ง เพราะเดี๋ยวกลัวมันเข้ามาขี้เยี่ยวเหม็น...และทำข้าวของผมเสียหาย !?!

นั่งอยู่เฉยๆ ผมออกคำสั่ง แม้มันจะอยู่ข้างนอก แต่มันก็ย่อตัวลง ไม่เคาะกระจก แต่หันไปตะกุยพรมยางแทน...

เสียงดังของรถเมล์และรถที่วิ่งผ่าน ทำให้มันตัวสั่นและสะดุ้งเป็นพักๆ ผมเห็นแล้วสงสาร กลัวว่ามันจะเป็นโรคจิตเสียก่อน เลยตัดสินใจอุ้มมันเข้ามา ปรึกษากับคุณวีรยุทธ ซึ่งทราบว่า ที่บ้านมีสวนรีสอร์ตถึง 600 ไร่ ก็เลยออกปาก ฝากให้แกไปช่วยเลี้ยง ซึ่งไม่รู้ว่าบุญพาวาสนาส่งหรือเปล่าที่บุญหลง และคุณวีรยุทธมาเจอกันที่นี่โดยไม่ได้นัดหมาย

ที่สำคัญกว่านั้นคือ คุณวีรยุทธเป็นคนขายอาหารแมวด้วย เรื่องนี้ช่วยให้ผมเบาใจเรื่องปากท้องของบุญหลงไปได้เปลาะหนึ่ง.....

แต่คุณวีรยุทธ และคุณสว่างพงศ์ อ.พันธ์ทิตต์ยังต้องใช้เวลาประชุมร่วมกัน ระหว่างนี้ผมเลยต้องเอาบุญหลงไปเก็บไว้ในครัวก่อน โดยเตรียมกล่องกระดาษขนาดใหญ่เจาะรูอากาศไว้เป็นบรรจุภัณฑ์ให้คุณยุทธอุ้มไป เจ้าบุญหลงดิ้นรนหาอิสรภาพ ซึ่งผมก็เห็นใจว่ามันไม่รู้ต้องอยู่อีกนานเท่าไร เลยจำเป็นต้องปล่อย แล้วกำชับมันว่าอย่าซุกซน ห้ามขี้ ห้ามเยี่ยว หรือทำครัวผมเละอย่างเด็ดขาด

เจ้าบุญหลงร้องเมี้ยว หลังจากเดินสำรวจอยู่พักเดียว มันก็ได้ทำเล โดดผลุงไปนั่งบนเก้าอี้ผ้าสักหลาด ตัวละ 595 บาทของผม ก่อนที่มันจะใช้เบาะเป็นที่ฝนเล็บ ผมร้องห้ามว่า “อย่า!!!”

น่าแปลกมันหยุดทันที ผมบอกว่าให้นอนเฉยๆ แล้วจะเปิดพัดลมให้ ผมไปเปิดพัดลม ส่วนมันทำหน้าที่นอน.....อย่างสงบ....

สามชั่วโมงผ่านไป 3 หนุ่ม 3 มุมก็คุยธุระเสร็จ ผมย้ำคุณยุทธว่าอย่าลืม “แมว” เมื่อเขาทำท่าว่าจะกลับตัวเปล่า....

ปรากฏว่าบุญหลงยังนอนอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิมไม่ได้ซุกซนไปไหน.....ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่อยู่กับมัน เหมือนมีสายใยบางอย่างที่โยงใจเราไว้ นาทีนั้น ผมไม่สามารถอุ้มเจ้าบุญหลงยัดใส่กล่องได้เลย ทั้งที่มันก็ไม่ค่อยขัดขืนเท่าไหร่ เพียงแต่ดูท่ามันก็ไม่ค่อยเต็มใจจะไป จนอาจารย์พันธ์ทิตต์ และคุณวีรยุทธต้องมาช่วยอีกแรง.... เจ้าบุญหลงจึงลงไปอยู่ในกล่องสำเร็จ....

ผมต้องตัดใจ.... เสียดายเหมือนกันว่าเป็นแมวที่ฟังภาษาคนเข้าใจ แต่สถานที่มันไม่เอื้ออำนวยจริงๆ เพราะถ้าเลี้ยงในบ้านก็คงมีปัญหาเรื่องกลิ่น และยังมีผู้ที่อาศัยร่วมกันอีกเยอะ บางคนอาจจะแพ้ขนแมว ครั้นจะเอาไปปล่อยหลังบ้าน ก็กลัวว่ามันจะไปติดตัวเมียข้างบ้านเขา คราวนี้เขาจะเอามันไปทำปุ๋ยเลยก็ได้ ยิ่งหน้าบ้านติดถนนใหญ่รถรามากมาย ก็ดูอันตรายเกินไปสำหรับมัน เพราะขนาดคนตัวเบ้อเริ่มแท้ๆ รถยังชนได้ .....

.............................................................................

คุณวีรยุทธอุ้มเจ้าบุญหลง ออกจากบ้านผมไปไม่ถึงห้านาที เขาก็โทรศัพท์มา....

“อาจารย์ก้องครับ แมวถูกรถชน....” เสียงสัญญาณไม่ค่อยดี แต่ผมจับข้อความได้แบบนั้น

“เฮ้ย.......ตัวที่ผมฝากให้คุณไปเลี้ยงหนะนะ” ผมนึกฉุน

“อ๋อ ไม่ใช่ครับ เป็นแมวอีกตัวเพิ่งถูกรถชนไป พอดีมีคนเห็นก็เลยมาเล่าให้ฟังเฉยๆ”

“แหม เลือกโอกาสได้เหมาะนะ” ผมกัดฟันกรอด

“ตัวที่ถูกทับสีเทาๆ ขาวๆ หรือเปล่า” คัมภีร์ยุทธ์จักร เอ๊ย อาจารย์พันธ์ทิตต์รีบถามแทรก ผมเพียงรู้ว่าเจ้าบุญหลงรอดก็พอใจแล้ว เลยส่งโทรศัพท์ให้ไปคุยกันเอง เผื่อเขาจะบันทึกความเป็นไปของบู๊ลิ้มเหมียว....

หลังจากวางหูเสร็จแล้ว อ.พันธ์ทิตต์ก็เล่าให้ฟังว่า เจ้าแมวตัวสีเทาๆ ขาวๆ ก็คงเป็นตัวเมียที่เจ้าบุญหลงไปหา มันคงชอบพอกัน เห็นบุญหลงถูกจับไป อารามวิ่งตามหา ออกนอกถนนใหญ่เลยโดนรถทับ.....

ผมฟังโศกนาฏกรรมแล้ว ก็นึกถึงความโชคดีของบุญหลงที่มาเจอผม, มาเจอคุณวีรยุทธ ไม่เช่นนั้น ชะตากรรมในอนาคตของมันก็คงไม่แตกต่างกัน..

บุญหลงน่าจะโชคดีกว่านั้น ถ้าได้กลับไปเจอและอยู่กับเจ้าของที่แท้จริง..... ทำให้ ผมตัดสินใจพิมพ์เรื่องราวของมัน แล้วโทรบอกคุณยุทธให้ถ่ายรูปมันเพื่อนำมาลงในเว็บไซต์นี้ประกาศตามหาเจ้าของ ซึ่งคงคิดถึงมันอยู่....คุณยุทธรับปากว่าจะถ่ายรูปมันแล้วเมล์ส่งมาให้ แต่ไม่รับปากว่าจะเจอมันอีกไหม ? หลังจากที่ปล่อยมันเข้ารีสอร์ต 600 ไร่ของเขาไปแล้ว...

คุณเชื่อเรื่องของ “วาสนา” ไหม ?!

ภาพประกอบ : บุญหลง : Model
วีรยุทธ สันติกฤษณเลิศ : Photographer
"Please contact bananaclick@gmail.com for quotation."



Product Category ระบบการสร้างเว็บไซต์สำเร็จรูป veloshopping.com | เสริมพลังอีคอมเมิร์ชที่เชียงใหม่ | รายชื่อสมาชิก Banana Click Center | รายชื่อสมาชิก Mini SMEs รุ่นที่ 11 | แผนธุรกิจ | Business Fair 2005 | วันแม่ | วิธีชำระเงิน | DNA OF JAPANESE DESIGN | สร้างร้านค้าออนไลน์ | สมัครสมาชิก | สรุปคำบรรยาย Mini SME รุ่นที่ 11 | สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม | ศาสตราจารย์ ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน | สิทธิพิเศษ สมาชิก | สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ | หาพันธมิตร | ศูนย์พัฒนาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย | ศูนย์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พระราม 9 | หนังสือ | สุดยอดหมู่บ้านอุตสาหกรรมฯ | อนาคตดอทคอมไทยในปี 2006 | อบรมสัมมนา | Market place | MBA 11 | Modern Business | OTOP CITY | Pocket Book | The Power of Marketing | TOY | TV LCD | ไอทีวี บุกถ่าย Banana Click ถึงพิษณุโลก | ไปเที่ยวงาน ICT Expo 2005 | กรณีศึกษาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ | กลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ | กลยุทธ์ธุรกิจในอุตสาหกรรมรถยนต์ | กล้วยตากอนามัย | ของสะสม-ของขวัญ | ความเสี่ยงบนโลกออนไลน์ | ความคิดเห็น | คำแนะนำในการซื้อสินค้า | คิดเลือกสินค้า | คิดได้ขายเป็น บนโลกออนไลน์ | คำถาม-คำตอบ | คลิกชีวิตพลิกธุรกิจ | คุยคำกับคนทำเว็บไซต์ | จะใช้ IT ช่วยชาติอย่างไร | ดอทคอมเรื่องกล้วยๆ | ดันเข้าตลาด | ตลาดนัด | ธุรกิจ 3.0 (พงษ์ ผาวิจิตร) | บทความเดิม | บทความพิเศษ | ประวัติผู้จัดทำ | พัฒนาบรรจุภัณฑ์ |



Contact Information : สิทธิเดช ลีมัคเดช
URL : http://veloshopping.com
E-Mail Address :bananaclick@gmail.com

ศูนย์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ 517/4 ริมถนนอโศกดินแดง แขวงดินแดง เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
Tel. 084-140-6000 Fax. 026421582

ความรู้เบื้องต้นสำหรับผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ Dot com School business in your hand